ตัวอย่างหนัง ทีเซอร์ War for the Planet of the Apes

 

อารมณ์ของหนังเกือบจะไม่เว้นจังหวะให้พักหายใจหรือเนือยเบื่อแม้แต่น้อย มีแม้กระนั้นความลุ้นระทึก อะดีนารีสูบฉีดตลอดทั้งเรื่อง สะกดอารมณ์ของเด็กเดินตั๋วให้อยู่กับหนังได้ตลอดทั้งเรื่องแต่ว่าจำต้องบอกทุกคนก่อนว่ารสหนังประเด็นนี้ไม่ราวกับภาคแรก (Rise)ภาคลำดับที่สอง (Dawn) เลย ภาคแรกให้อารมณ์หนัง Sci-Fi ที่สนุกสนานเข้มข้น แล้วก็มีฉาก Action ที่วางแบบงานสร้างมาอย่าง“เพอร์เฟกต์” ส่วนภาคสองเป็นหนัง Action กลอุบายการต่อสู้ระหว่างสองเชื้อสาย แต่ว่าสำหรับภาคนี้จะประทับใจสายหนังสงคราม กลยุทธ์ทางด้านทหาร การเอาชีวิตรอดในสงคราม เรื่องราวของแผนการรบรวมทั้งกลเม็ดเด็ดพรายเสียมากกว่าการต่อสู้บู๊ระห่ำ (สำคัญๆการต่อสู้จะเป็นเชิงกลยุทธ์มากยิ่งกว่ายิงกันตู้มๆ) และก็ด้วยความเป็นหนังสงคราม แน่ๆว่าจะมีลูกดราม่าของชีวิต ความเป็นความตาย แล้วก็แนวความคิดปรัชญาทางด้านสังคมประสมประสานไว้อยู่แล้ว รวมทั้งสำหรับหนังสงครามสำหรับเด็กเดินตั๋วคิดว่ามีคุณค่ามากยิ่งกว่าภาพยนตร์แอ็คชั่นเยอะแยะในตลาดเนื่องมาจากงานดีไซน์ทั้งหมดทุกอย่างท้าและก็ยากกว่าหนังแอ็คชั่นอย่างยิ่ง อีกทั้งการออกแบบผู้แสดง การใส่กระบวนการคิด พินิจพิจารณาพื้นเพ การติดต่อสื่อสารเชิงความนึกคิด นามอธรรม การออกแบบอารมณ์ซึ่งหนังประเด็นนี้ทำเป็นออกมาได้อย่างเข้มข้น ตามแผนภูมิอารมณ์ขณะเด็กเดินตั๋วได้ดูภาพยนตร์หัวข้อนี้เลย

สมบูรณ์แบบ

เป็นการจบตรีภาคเรื่องราวการกำเนิดของอารยธรรมใหม่ของโลก ที่มีลิงเป็นผู้ดูแลสูงสุดได้อย่างสมบูรณ์แบบรวมทั้งสวยสดงดงามมากมาย พวกเราได้มองเห็น ซึม แล้วก็ติดตามเอาใจช่วยผ่านลิงน้อยที่ชื่อซีซาร์จากภาคแรก (Rise) จนถึงกำเนิดโรคระบาดในมนุษย์ แล้วก็ลิงได้ความเจริญขึ้นมาต่อสู้เพื่อความมีชีวิตรอดของเชื้อสาย (Dawn) และก็เรื่องราวการดำรงชีพ อนาคตของทั้งคู่เชื้อสายได้กำเนิดข้อสรุปขึ้นในภาคนี้ (War) ซึ่งได้ตอกย้ำซ้ำเติมความสมบูรณ์แบบของเรื่องราวตรีภาคได้อย่างสมศักดิ์ศรีแล้วก็การคอยจริงๆสมบูรณ์แบบเรื่องราวแล้วก็งานสร้าง ซึ่งจำต้องชื่นชอบผู้กำกับเจ้าเดิมจากภาคที่แล้วด้วย (รู้ข่าวว่าเฮียกำลังจะออกเดินทางไปดูแลกางทแมนให้จักรวาลดีซีอีกด้วยอันนี้ปักหมุดรอดูเลยงานสร้างทำเป็นเนียบมากมายเป็นหนังสงครามชั้นเลิศเรื่องนึงเลย ทำให้เด็กเดินตั๋วต้องการย้อนกลับไปมองภาคแรกใหม่เลย ทำให้เกิดความรู้สึกผูกพันกับแฟรนไชส์นี้มากมายการแสดงของดารานำก็ติดต่อสื่อสารทำให้พวกเรามองเห็นความเจริญ กรรมวิธีการคิดที่โตขึ้นของซีซาร์ ด้านมืด กำลังใจและก็ความฉลาดปราดเปรื่องได้อย่างเฉียบคม เด็กเดินตั๋วชอบพอติดอยู่แรกเตอร์ รวมทั้งการแสดงอารมณ์ของซีซาร์ที่ไม่เหมือนกันออกไปในทุกๆภาคมากมาย ส่วนงานภาพดีเลิศมากมายทั้งยังมุมกล้องถ่ายรูป การเคลื่อนไหว สี รวมถึงซีจีทั้งผองทั้งหลายทั้งมวลให้ความสมจริงสมจังรวมทั้งน่าสยองมากมายเด็กเดินตั๋วเข้าไปอยู่ในโลกของลิงเลียนแบบ โดยที่ลืมคิดถึงไปเลยว่าเป็นซีจี ทุกๆอย่างทำให้พวกเราเชื่อมากๆเข้าไปอยู่กับหนังได้อย่าง100% เลย การออกแบบฉากแอ็คชั่นหรือฉากต่อสู้ ก็ทำเป็นอย่างยอดเยี่ยมไม่มีที่ติด ส่วนงานเสียง ขอชูความดีความชอบให้เพลงประกอบ ที่แบบปลุกอารมณ์ได้สะใจสุดๆทุก score เพลงที่ได้รับฟังล้วนกระเทือนไปถึงหัวใจ ไม่ว่าจะบิวต์อารมณ์ไหนก็ทำเป็นอย่างสมบูรณ์ไม่มีที่ตำหนิจริงๆ

ท้ายที่สุดก่อนสปอยล์ ต้องการเสนอแนะให้ทุกคนที่ไม่มองสองภาคแรกมาก่อน ให้ไปดูมาก่อนจะมองประเด็นนี้จะดีมากยิ่งกว่า รวมทั้งประเด็นนี้มิได้แอ็คชั่นสนุกหยดติ๋งตู้มต้าม แต่ว่าเป็นหนังสงครามชั้นยอดเรื่องหนึ่งเลยขอชวนทุกคนเลยให้ไปรับดูและก็รับคำตอบ หรือการปลดปล่อยจากสามภาคโลกลิงอย่างสมบูรณ์แบบด้วยกัน...

รีวิว Spider-Man: Homecoming

 

หนังฮีโร่เรื่องปัจจุบันจากสตูดิโอยักษ์ใหญ่อย่าง Marvel Studio ที่รอบนี้ได้ ในซุปเปอร์วีรบุรุษที่ตามที่สุดชั่วกับชั่วกัลป์อย่างไอ้แมงมุมไปเดอร์แมน กลับมาทำเป็นภาพยนตร์โดดเดี่ยวเรื่องแรก ซึ่งก็ยังไม่จัดว่าได้ลิขสิทธิ์คืนมาเสียรู้เดียวเพียงแค่เป็นการพูดจากับค่าย Sony สำหรับเพื่อการทำหนังให้ออกมาเชื่อมโยงอยู่ในจักรวาลเดียวกับ MCU แล้วก็ไปดี้เวอร์ชั่นที่ ในโลกภาพยนตร์นี้ได้ ทอม ฮอลแลนด์ มาแสดง ซึ่งก็ได้ปรากฎตัวไปแว้บแล้วใน Captain America: Cilvil War การรีบูทไอ้แมงมุมครั้งที่ ในโลกภาพยนตร์นี้ตอนแรกผมกระปรี้กระเปร่ามากมายกับการมาของเขา รวมทั้งการประกาศหนังผู้เดียวHomecoming ถ้าว่าผมออกจะมีปัญหาเป็นอย่างมากกับวิธีการโฆษณาของ Homecoming ซึ่งรู้สึกว่าหลายท่านก็คงจะรู้สึกเช่นเดียวกัน ซึ่งมันจะปล่อยตัวปล่อยใจอย่างอะไรเยอะ เปิดเผยเรื่องราวของหนังจนถึงแทบทั้งหมด ไม่เหลืออะไรให้ทายใจแล้ว แถมยังประชาสัมพันธ์ไอรอนแมนซะราวกับนี่เป็นภาคที่ ของเจ้าเตารีด เลยทำให้ความมุ่งมาดที่มีต่อหนังประเด็นนี้มันน้อยมาก (และก็จิตใจมีความรู้สึกว่าจะห่วยแตกเลยล่ะแถมตัวผู้กำกับการเองก็มิได้น่าวางใจเยอะแค่ไหน ด้วยเหตุว่าจอน วัตส์ ก็มีการดูแลเพียงแค่ไม่กี่เรื่อง ที่ผ่านตาไปก็น่าจะเป็นงานอินดี้อย่าง Cop Cars นอกจากนั้นก็เป็นงานฉายโทรทัศน์ซะโดยมาก

แต่ว่าจะกล่าวว่าการประชาสัมพันธ์และก็หนังที่ออกมา มันสวนแล้วก็หลอกดาวมากมายนะครับ เพราะว่าสิ่งที่พวกเราคิดมันไม่ถูกหมดเลยเพราะว่าตามที่เป็นจริงแล้ว ความทะยานอยากของหนังประเด็นนี้ มันมิได้มากมายอย่างที่พวกเราคิด ด้วยเหตุว่าภาคนี้มันกล่าวถึงเรื่องภายหลังCilvil War ซึ่ง ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ในตอนวัยรุ่นอายุ 10 กว่าผู้มี โทนี่สตาร์ค เป็นไอดอล ภายหลังเปิดตัวในการสู้รบใหญ่แบบงั้น เค้าก็พบว่าตนเองเป็นไปได้มากยิ่งกว่ารอช่วยเหลือผู้ลำบากในเมืองทั่วๆไปแล้ว เค้าพร้อมจะทำภารกิจสำคัญมากมาย เพียงแต่ว่าโทนี่ยังคิดว่าปีเตอร์ยังเด็กไปแค่นั้น ปีเตอร์หรือไปดี้ของพวกเราก็เลยบากบั่นทุกทาง เพื่อหาทางพิสูจน์ว่าเขาเป็นวีรบุรุษได้ รวมทั้งเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านี้

ผมรักสำหรับการที่เพียงพอเอาเข้าที่จริงแล้ว อย่างที่บอกหนังมันมิได้ใหญ่อะไรมากมาย มันให้ความรู้ความเข้าใจสึกเสมือนมองอนิเมชั่นตอนนึง (ซึ่งกลิ่น mood and tone ของหนังมาในเบอร์นั้นแม้กระนั้นที่มันลึกไปกว่านั้นเป็น การผันตัวมาเป็นหนัง coming of age อย่างเต็มกำลัง ซึ่งจุดนี้เองก็เป็นเสมือนดาบสองคมเช่นเดียวกันนะครับ จุดเด่นของมันซึ่งมันพาพวกเราไปตรวจสอบมุมมองใหม่ๆของผู้แสดง ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ หรือไปดี้ได้ดิบได้ดีแล้วก็น่าดึงดูดมากมาย ด้วยวัยและก็สภาพสังคมของผู้แสดงในเรื่อง เสมือนดูหนังไฮสคูลเรื่องนึง แม้กระนั้นข้อบกพร่องของมันเป็นจุดนี้มันเด่นมากมาย แม้กระนั้นตัวหนังเองกลับไม่มีความเอาใจใส่ ไหมได้ให้น้ำหนักกับฉากต่อสู้มากแค่ไหน ฉากต่อสู้ในหนังหัวข้อนี้จืดชืดและก็ปกติมากมาย ไม่น่าจำเท่าไรเลย ผมเลยรู้สึกเสียดายมากมาย ถ้าหากเน้นย้ำนี้อีกนิด Spider-Man: Homecomingบางทีก็อาจจะแปลงเป็นภาคที่เหมาะสมที่สุดเลยก็ว่าได้ 

แต่ว่าหนังประเด็นนี้มันไม่ห่วยแตกจริงๆครับผม โอเคล่ะ ไม่ปฎิเสธว่าการที่ปลดปล่อยภาพแล้วก็แบบอย่างมาก มันเป็นจุดอ่อนจริงๆหนังเดาได้ง่ายอย่างยิ่ง แม้กระนั้นก็มิได้ว่าเปิดเผยหมดขนาดนั้นครับ ที่ผมต้องการบอกเป็นพอเพียงมาดูจริงๆหนังมันก็เพลิดเพลินใจมากมายเพราะเหตุว่าหนังมันอัดแน่นไปด้วยมุกเฮฮา รวมทั้งนักแสดงที่มีเสน่ห์มากมายมากมาย เว้นเสียแต่ปีเตอร์รวมทั้งยังมีป้าเมย์สุดแซ่บ เพื่อนพ้องเน็ด แล้วก็เซนดาย่า ยิ่งไปกว่านี้ ตัวร้ายอย่างวัลพบร์ก็ออกมาดียิ่งกว่าที่คิดมากขอรับ บางครั้งอาจจะเนื่องจากว่า ไมเคิล คีตัน ออกจะเล่นดีอย่างยิ่งจริงๆ 

Spider-Man: Homecoming ก็เลยเป็นหนังที่ผมรู้สึกกลางค่อนไปทางถูกใจ เพราะเหตุว่ามันมองเพลิดเพลินมากมาย มองไป หัวเราะไป นักแสดงน่าจำ อ๋อแล้วไอรอนแมนกับสตาร์มิได้ออกเยอะแยะเหมือนอย่างที่คิด มองจบแล้วเลิกเย้าแหย่เลย (แหม่แม้กระนั้นการประชาสัมพันธ์มันเชิญคิดจริงอะฉากแอ็คชั่นบางทีก็อาจจะจืดชืดไปก็จริง แต่ว่าแฟนมาร์เวล หรือแฟนไอ้แมงมุม ผมมั่นใจว่าไม่สมควรพลาดกันอยู่แล้วนะครับ แน่ๆว่าหัวข้อนี้มีฉากเอนด์เครดิต ตัวครับ ตัวด้านหลังนี่ดีเลิศมากมาย ห้ามพลาดขอรับ!

รีวิวหนัง ทรานฟอร์เมอร์ 1

รีวิวหนัง  Transformers 1 ทรานฟอร์เมอร์ 1 สองสายพันธุ์ชีวจักรกลผู้ทรงภูมิทั้งสองฝ่ายอย่าง ออโต้บอทส์ (Autobots) และ ดีเซปติคอนส์ (Decepticons) ได้ทำศึกสงครามานานหลายศตวรรษ และเมื่อสงครามนี้มาถึงโลก แซม วิทวิคกี้ (ไชอา ลาบัฟ) เด็กวัยรุ่นธรรมดาๆ คนหนึ่ง ซึ่งได้รถเชฟโรเลต คาเมโร่ (Chevrolet Camaro) ปี 1976 ที่พ่อของเขาตกลงซื้อให้ แซมจึงจำใจรับไว้ จนกระทั่งวันหนึ่ง สาวที่เสน่ห์แรงที่สุดในโรงเรียนอย่าง มิเคล่า (มีแกน ฟ็อกซ์) ต้องการคนขับรถไปส่งเธอที่บ้าน แซมไม่อาจบอกปัดได้ และเจ้ารถคาเมโร่คันดังกล่าว ได้พาเขาทั้งสองคนเดินทางไปด้วยกัน รถคาเมโร่ของพวกเขา จนกระทั่งวันหนึ่ง รถคันนั้นได้กลายร่างเป็นหุ่นยนต์ยักษ์อีกตัว ต่อหน้าต่อตาพวกเขา แซมและมิเคลล่า ที่ได้รับความช่วยเหลือจากหุ่นยนต์ยักษ์สีเหลืองตัวนั้น จากนั้นไม่นานรถอีกหลายคันก็มารวมกลุ่มกับพวกเขา และค่อยแปลงเป็นหุ่นยนต์ยักษ์ และได้อธิบายกับพวกเขาว่า พวกเขาคือหุ่นยนต์ฝ่ายออโต้บอทส์ ซึ่งเดินทางมาจากดาวเคราะห์นามว่า ไซเบอร์ทรอน โดยพวกเขาเดินทางมายังโลกมนุษย์เพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหา ออลสปาร์ค ซึ่งเป็นแหล่งพลังชีวิตของพวกเขา ก่อนที่พวกดีเซปติคอนส์ จะหาออลสปาร์คเจอเสียก่อน แต่หลังจากนั้นพวกเขาถูกเจ้าหน้าที่ซิมมอนส์ (จอห์น เทอร์เทอร์โร่) จับตัวเอาไว้ และพาตัวไปยังฐานบัญชาการลับ

รีวิวหนัง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาค 4 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี

รีวิวหนัง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาค 4 ดัมเบิลดอร์ประกาศว่า ฮอกวอตส์จะเป็นเจ้าภาพการประลองเวทไตรภาคี การแข่งขันด้านเวทมนตร์ของพวกพ่อมดแม่มด ซึ่งจะมีตัวแทนหนึ่งคนจะถูกคัดเลือกจากแต่ละโรงเรียน ในสามสถาบันพ่อมดแม่มดที่ใหญ่ และมีชื่อเสียงที่สุด โดยมีตัวแทนแข่งขันจากโรงเรียนเวทมนตร์คาถาโบซ์บาตง และหนุ่มๆ ที่ดูลึกลับและน่าเกรงขาม จากโรงเรียนเดิร์มสแตรงก์ เพื่อเข้าแข่งขันในหลากหลายภารกิจ ที่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต เพื่อครอบครองถ้วยรางวัลไตรภาคี

รีวิว Harry Potter 4 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี ภาค 4

Harry Potter 4 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี ภาค 4
Harry Potter 4 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี ภาค 4

ความยุ่งยากกำลังรอ แฮร์รี่ พอตเตอร์ อยู่ข้างหน้า…จากการคุกคามด้วยฝันร้าย และทำให้ แฮร์รี่ (แดเนียล แรดคลิฟฟ์)เจ็บแผลที่หน้าผากมากกว่าเดิม
และลางร้ายบางอย่างได้ปรากฏขึ้น เหนือท้องฟ้าที่ตั้งแคมพ์ผู้ชมการแข่งขันควิดดิช – ตรามาร สัญลักษณ์ของลอร์ดโวลเดอมอร์ ซึ่งถูกเสกขึ้นมาโดยผู้เสพความตาย สาวกของเขาซึ่งไม่เคยกล้าปรากฏตัวในที่สาธารณะ ซึ่งสัญลักษณ์ของลอร์ดโวลเดอมอร์ เกิดขึ้นเมื่อ 30 ปีก่อน ที่ในคืนที่ โวลเดอมอร์ (ราล์ฟ เฟนส์)สังหารพ่อแม่ของแฮร์รี่